2007/Aug/20

มาเป็น Farmer กันเห๊อะ!!!!!!!

เอ่นเอ๊นนนนน!!!! ตามที่เพลงเค้าว่าไว้ "กสิกรแข็งขัน เป็นกระดูกสันหลัง ของชาติ...." วันนี้เท็ดเลยจะพาพี่ๆเปลี่ยนอาชีพเป็นชาวนากันฮะ ชาวนานั้น ถ้าเกิดว่าพูดถึงบางคนอาจบอกว่าเป็นอาชีพดูดอ่ะนะ แต่ว่าขอบอกนะถ้าไม่มีอาชีพนี้ เราอาจไม่มีเสื้อสวยๆ หรือว่าอาหารที่มีประโยชน์กินกัน ^ ^ เอาล่ะๆ พล่ามมาเยอะละ ไปเปลี่ยนกันเหอะ จุ๊บๆ

สิ่งที่จำเป็น :

1. ตัวละครเผ่าใดก็ได้เลเวล 1 ขึ้นไป (ไม่จำกัดค่าสเตตัสงัฟ)
2. ตัวละครนั้นจะต้องสามารถเดินทางเข้าไป Uptown ในเมือง Acronia (เมืองหลวง) ได้แล้วนะจ๊ะ



ขั้นตอนการเปลี่ยนอาชีพ :

1. เข้าไปไปที่ uptown เมือง Acronia (เมืองหลวง)

2. เข้าไปยังหอคอยเปลี่ยนอาชีพที่อยู่กลาง uptown ดังรูป มันจะเป็นหอคอยใหญ่ๆที่ธงเยอะๆอ่ะ



3. ขึ้นไปยังชั้น 3 เข้าห้องกิลล์ Farmer ที่อยู่ทางด้านบนของวาร์ปนั้นอ่ะนะ

4. คุยกับมาสเตอร์และเลือกสมัครเข้าเป็น Farmer ได้เลยจร้า

5. แต่ยังมะจบนะ มาสเตอร์เจ้ากรรมจะมอบหมายให้เรานำ "Barley Spike" จำนวน 2 ชิ้นมาส่ง

(หน้าตาดังรูป) จะหาหรือซื้อเอาก็ได้นะ บางที่ขาย 500 เอง

6. อาเจ๊ อาเฮียจะเก็บได้จากที่ไหนน่ะเหรอ ก็จากเม็ปที่กรอบแดงๆไง จะมีมอนสเตอร์ต้นข้าว ชื่อ Hugh Wheat ประมาณนี้แหละฮับ



7. ตีไปเรื่อยๆนะเจ๊ ถ้าจะง่ายๆก็ให้ฟาร์เมอร์คนอื่นเค้าช่วยตีให้หรือขอแบ่งเค้าเอาก็ได้เพราะพวกนี้เค้ามีสกิลปราชญ์พืช จะดรอปของจากพืนง่ายกว่าอาชีพอื่นอีกแยะ พอได้ 2 อันเเล้วก็เอาไปให้มาสเตอร์ได้เรย

8.พอคุยกับมาสเตอร์เค้าจะบอกให้เราเปลื้องผ้าออก อะเจ๊ยยยยย!!!! รีบถอดออกซะเด๋วนี้

9. เมื่อเปลื้องแล้วคุยกับมาสเตอร์ เราจะเปลี่ยนเป็นอาชีพได้เลยทันทีจ๊ะ

10. พอพี่ๆวูบวาบ ร้อนๆหนาวๆ นานแล้วก็รีบใส่เสื้อผ้าเสีย เเล้วคุยกับพี่แกใหม่ พี่แกก็จะให้เข็มกลัดเรามา คิคิ

2006/Oct/21

อีกคืบสู่โลกจินตนาการ ทำ "วัตถุล่องหน ได้แล้ว 2 มิติ


วัสดุที่นักวิจัยสร้างขึ้น เพื่อให้เกิดการหักเหของคลื่นแสงที่มาตกกระทบ ไม่ให้กระเจิงเข้าสู่ตาหรือเครื่องตรวจจับแสง โดยตรงกลางของวงกลมคือบริเวณที่คลื่นไมโครเวฟผ่านเข้าไปไม่ถึง หากตรวจจับวัตถุด้วยคลื่นไมโครเวฟก็จะมองไม่เห็นวัตถุดังกล่าว ซึ่งในอนาคตหากจะทำให้วัตถุล่องหนได้สมบูรณ์ต้องทำให้คลื่นแสงต่างๆ ที่มนุษย์มองเห็นไม่สามารถสะท้อนออกจากวัตถุ

เอพี/บีบีซีนิวส์/นิวยอร์กไทมส์ ล่องหน อยู่ในจินตนาการตั้งแต่ แหวนของไกจีส ของเพลโต เมื่อ 2 พันปีก่อนจนถึง ผ้าคลุมของแฮร์รี่ พอตเตอร์ หลังยุคมิลเลเนียม แต่ความพยายามจากนิยายกำลังจะกลายเป็นจริงขึ้นมาได้ เมื่อนักวิทยาศาสตร์พัฒนา วัตถุล่องหน ไปได้เร็วกว่าที่คิด แม้จะแค่ช่วงคลื่นไมโครเวฟก็ตาม ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจซ่อนหายไปจากสายตาก็เป็นได้

นักวิทยาศาสตร์จากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษประสบความสำเร็จในการทำให้กระบอกทองแดงล่องหน
โดยวงกลมทองแดงที่มีจุดศูนย์กลางร่วมกันบนแผ่นไฟเบอร์กลาส สามารถหักเหคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มาตกกระทบ โดยปรากฏคลื่นไมโครเวฟไหลผ่านรอบๆ วัตถุเหมือนกับกระแสน้ำที่ไหลผ่านก้อนหิน

ผลงานดังกล่าวเป็นการพัฒนาของ เดวิด สมิธ (David Smith) ศาสตราจารย์ในสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และไฟฟ้า
ของมหาวิทยาลัยดุ๊ก (Duke University) และเดวิด ชูริก (David Schurig) ผู้ช่วยนักวิจัย โดยทั้งคู่ตีพิมพ์ผลงานลงในวารสาร ไซน์ (Science) ฉบับวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 ต.ค.) โดยเป็นการพัฒนาต่อเนื่องมาจากทฤษฎีของเซอร์จอห์น เพนดรี (John Pendry) จากวิทยาลัยอิมพีเรียล (Imperial College) ในลอนดอน ที่ตีพิมพ์ไปเมื่อ 5 เดือนก่อน

"พวกเราสร้างภาพลวงตาที่สามารถซ่อนบางสิ่งบางอย่างไม่เห็นสังเกตเห็นได้บางมุม ชูริกเผย พร้อมทั้งอธิบายว่า เหมือนกับการสร้าง มิราจ (Mirage) หรือภาพลวงตาที่เราเห็นบนถนนขณะกำลังร้อนระอุ ซึ่งเกิดจากการหักเหของแสง

ความพยายามครั้งแรก ทีมนักวิจัยได้
ออกแบบการล่องหนของวัตถุโดยให้ขัดขวางการตรวจจับของคลื่นไมโครเวฟ ซึ่งคลื่นไมโครเวฟก็เหมือนคลื่นแสงและเรดาร์ที่ตกกระทบกับวัตถุต่างๆ และหักเหเข้าสู่ดวงตาทำให้มองเห็นและเกิดแสงเงา ต่างจากเทคโนโลยีสเตลธ (stealth) ที่ไม่ได้ทำให้เครื่องบินหรือจรวดหายไป แค่เพียงเกือบจะมองไม่เห็น และทำให้ยากแก่การตรวจจับด้วยเรดาร์

คนเรามองเห็นวัตถุต่างๆ ได้นั้นก็เพราะแสงที่ตกกระทบวัตถุเหล่านั้นกระเจิงเข้าสู่ตาของเรา ซึ่งการทำให้ล่องหนนั้นคือการลดแสงที่สะท้อนออกมาจากทั้งวัตถุและเงา โดยวัสดุที่ล่องหนสร้างขึ้นด้วย เมทาเมทีเรียลส์ (metamaterials) ที่ผสมระหว่างโลหะกับวัสดุแผงวงจรไฟฟ้าอย่างเซรามิก, เทฟลอน หรือส่วนประกอบของไฟเบอร์

หลักการคือให้วัตถุที่สร้างขึ้นมาสามารถนำแสงเดินทางไปรอบๆ ช่องโพรงภายในเมทาเมทีเรียลส์ได้ ดังนั้นวัตถุใดก็ตามที่วางอยู่ในบริเวณที่เมทาเมทรีเรียลส์ห่อหุ้มอยู่นี้ก็จะถูกซ่อนไว้ เพราะแสงไม่สามารถส่องถึงวัตถุนั้นได้ จะเดินทางอ้อมผ่านไปเท่านั้น

"พวกเราทำงานนี้อย่างรวดเร็ว และเชื่อว่าจะนำไปสู่การล่องหนชนิดที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า" ศ.สมิธกล่าวและระบุว่า พวกเขารู้วิธีสร้างวัตถุล่องหนที่พัฒนามากขึ้นกว่าเดิม
ในขั้นแรกสามารถทำให้ล่องหนได้เพียงแค่ 2 มิติ และซ่อนแสงเงาได้เพียงเล็กน้อย ซึ่งขั้นต่อไปคาดว่าจะสามารถซ่อนได้หมดทั้ง 3 มิติ และตัดแสงเงาต่างๆ ออกไปได้

อย่างไรก็ดี การสร้างอุปกรณ์ให้สามารถล่องหนจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าได้จริงๆ นั้น ศ.สมิธกล่าวว่า เป็นเรื่องยากและซับซ้อนมาก โดยต้องให้อุปกรณ์นั้นๆ สามารถห่อหุ้มแสงในช่วงคลื่นต่างๆ ได้หมด ขณะเดียวกันในฟากธุรกิจก็พยายามมองหาความเป็นไปได้ที่จะสร้างวัตถุล่องหนขึ้น เชื่อว่าในอนาคตเทคโนโลยีล่องหนจะช่วยให้ทางการทหารสร้างวัตถุอาวุธที่เรดาร์หาไม่พบ หรือป้องกันการตรวจจับจากสัญญาณต่างๆ ได้

ชูริกและสมิธต่างร่วมกันพัฒนาวัสดุล่องหนพร้อมกับทีมนักวิจัยของอิพีเรียล โดยการสนับสนุนของ
เซ็นเซอร์แมทริกซ์ (SensorMetrix) บริษัทด้านวัสดุและเทคโนโลยีในซานดิเอโก สหรัฐฯ ร่วมด้วยโครงการวิจัยหลังปริญญาเอก (Intelligence Community Postdoctoral Research Fellowship Program) และสภาวิจัยด้านวิศวกรรมและฟิสิกส์ของอังกฤษ (United Kingdom Engineering and Physical Sciences Research Council)

2006/Oct/13

เกมส์ออนไลน์..ไม่ดีจริงหรือ?

พอเวลาพูดถึงเกม หรือเด็กที่เล่นเกม ภาพลักษณ์ที่ออกมา ก็มักจะถูกแสดงไปในทางลบอยู่เสมอ ส่วนตัวก็ไม่เถียงเลยว่า เกมออนไลน์นั้นเป็น โอกาส ที่ทำให้เยาวชนนั้นใช้เวลาว่างอย่างไม่ค่อยเป็นประโยชน์เยอะขึ้น เสียค่าใช้จ่ายเยอะขึ้น มีโอกาสที่จะรู้ในสิ่งไม่ควรรู้เยอะขึ้น แต่ก็ไม่อยากให้ตัดสินเด็กทุกคนที่เล่นเกมออนไลน์ว่าเป็นแบบนั้นไปเสียหมด ในความเป็นจริงแล้ว เด็กที่มีปัญหาอาจมีแค่ส่วนเดียว แถมเกมออนไลน์นอกจากจะทำให้เด็กได้เพื่อนเยอะขึ้นแล้ว ยังสามารถฝึกให้รู้จักคิดได้อีกด้วย

เห็นด้วยไหมครับว่า สาเหตุหลักเลยที่ทำให้ผู้ปกครองมักมองว่า เกมออนไลน์ (หรือเกมธรรมดา) มันแย่ มอมเมาเยาวชน ก็คือ การเล่นแบบไม่รู้เวลา เล่นจนเสียการเรียน วันละหลาย ๆ ชั่วโมง บอกได้เลยว่าเกมพวกนี้มันยิ่งเล่นยิ่งติด ยิ่งเล่นยิ่งเพลิน ให้อ่านหนังสือแป๊บเดียวก็เบื่อแล้ว แต่พอให้นั่งหน้าจอเล่นเกม นั่งได้เป็นวัน ๆ ผลการเรียนตกกราวรูด บางคนหนัก ๆ บ้านช่องไม่กลับ นั่งอยู่แต่ที่ร้านเกม ฯลฯ

เหล่านี้เองที่ทำให้ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยที่หงุดหงิดและก็พาลโกรธเกลียดเกมไปเลย ทั้ง ๆ ที่จริงแล้ว ตัวการสำคัญที่ทำให้เด็กเป็นแบบนี้ก็คือ ตัวท่านเองต่างหากละครับ ถามนิดเดียวว่าถ้าท่านสามารถกำหนดเวลาเล่นให้ลูก ให้เล่นและเลิกเป็นเวลา ให้เขามีระเบียบวินัยกับตัวเอง บางคนอาจจะบอกว่า ห้ามแล้ว กำหนดแล้ว แต่ลูกก็หนีออกไปเล่นนอกบ้านอยู่ดี อันนี้ก็ต้องบอกเลยว่า มันยิ่งแสดงให้เห็นชัดถึงปัญหาการ ขาด การปลูกฝังเรื่องระเบียบวินัย การเลี้ยงดู ความเคารพ เชื่อฟังอย่างมีเหตุผลมาตั้งแต่เริ่มต้น

เท่าที่ผมได้คุยมากับผู้ปกครองหลายคนที่ ตระหนัก ในเรื่องเหล่านี้ ผมก็พบว่า หลายครอบครัวสามารถวางกฎ กติกาแบบหลวม ๆ ที่ทำให้เด็กรู้สึกว่าไม่ได้เป็นการบังคับ เขายังสามารถสนุกกับเกมอย่างเด็กทั่วไป ในขณะที่ก็ต้องแบ่งเวลาให้กับการศึกษาเล่าเรียน และทำกิจกรรมสร้างสรรค์อื่น ๆ อีกด้วย เชื่อไหมครับว่า เด็กกลุ่มนี้ในบ้านเรามีมากกว่าเด็กเหลวไหลที่เป็นข่าวมากมายหลายเท่าตัว (ไม่เชื่อไปลองถามเด็กที่สอบเอนทรานซ์ติดอันดับต้น ๆ ของประเทศดูก็ได้ว่า มีคนไหนที่ไม่เคยเล่นเกมออนไลน์มาบ้าง) ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเวลามีรายการพูดถึงเกมออนไลน์ ถึงชอบเอาแต่เด็กมีปัญหามาอยู่นั่น มันยิ่งทำให้คนที่มองว่าแย่ก็ยิ่งแย่ลง ทีนี้แทนที่จะเข้าใจกันก็อาจจะทำให้สถานการณ์มันยิ่งรุนแรงขึ้นไปอีก อยากบอกจริง ๆ ว่า

ท่านผู้ปกครองครับ ท่านห้ามไม่ได้หรอก เพราะเกมออน ไลน์ มันคือ กระแสของโลก

มันไม่ใช่เมืองไทยที่เดียวที่เป็นแบบนี้ เกมออนไลน์นั้นเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเกาหลี จีน อเมริกา ญี่ปุ่น ฯลฯ มันเป็นก้าวต่อไปของเยาวชนยุคหน้า เชื่อเลยว่า เกมออนไลน์จะมีผลกับการดำรงชีวิต และกระแสสังคมของเยาวชนในยุคต่อไป การอยู่กับมันอย่างสันติ จะทำให้เยาวชนนั้นสามารถปรับตัวได้อย่างง่ายกว่าการห้ามหรือบังคับ

อยากให้ท่านผู้ปกครองเปลี่ยนมุมมองใหม่กับเกมออนไลน์ ผมเชื่อเลยว่า ประโยชน์ของเกมออนไลน์นั้นมีมากกว่าโทษ ถ้าเรารู้จักบริหารเวลาให้เขา เด็กเขาบริหารเวลาเองไม่เป็นหรอกครับ ผู้ปกครองเองนั่นแหละ ควรอย่างยิ่งที่จะวางกติกาที่ชัดเจนกับบุตรหลานในการเล่นเกมตั้งแต่เริ่มแรก หรือถ้าจะให้ดีท่านเองก็ควรจะเรียนรู้และเข้าไปมีส่วนร่วมกับมันด้วย จะยิ่งดีมากขึ้น ผมได้รู้จักกับพี่คนหนึ่งซึ่งมีลูกชาย 12 ขวบ และลูกสาว 10 ขวบ ครอบครัวนี้พอตกเย็นตั้งแต่ 1 ทุ่มจนถึง 2 ทุ่มครึ่ง จะเป็นช่วงของการเล่นเกมออนไลน์ด้วยกันทั้งบ้าน ซึ่งพี่คนนี้ก็เล่าให้ผมฟังว่า ก่อนหน้านี้เขาและแฟนก็เอาแต่ทำงานไม่ค่อยมีกิจกรรมร่วมกันกับลูกเลย ตอนหลังพบว่าลูกติดเกมออนไลน์เพราะเหงา เห็นเล่นมากจนลืมเวลา ก็เลยมาลองศึกษาดู ก็พบว่าการคุยการถามโน่นถามนี่ และเข้าไปเล่นด้วยก็ทำให้มีเรื่องคุยกับลูกมากขึ้น ลดช่องว่างของครอบครัวได้เยอะ แถมลูกก็รู้สึกสนุก อบอุ่น ใกล้ชิด ที่สำคัญคือ ระหว่างเล่นเกม พี่เขาก็ได้สอนลูกให้รู้จักกติกาสังคม การอยู่กับคนจำนวนมาก การให้อภัย ความอดทน น้ำใจนักกีฬา ฯลฯ ซึ่งถ้าเป็นเวลาปกติเรื่องแบบนี้คงหาโอกาสที่จะสอนได้ยากมาก

เกมออนไลน์ไม่ได้แย่ไปเสียหมด เหรียญมีสองด้านเสมอครับ แล้วแต่ว่าใครจะมองด้านไหน เพราะเกมส์ที่ได้พบปะผู้คน ก็ได้ทำให้เขาเหล่านั้นมีสังคมของตัวเอง และกล้าแสดงความเป็นผู้นำ ในสิ่งที่ตัวเขาอยากให้มันเป็น ^__^



edit @ 2007/08/20 11:00:17